หน้าแรก ข่าวกีฬาต่างประเทศ จากเคยปฏิเสธ เรอัล มาดริด สู่การถูกยกเลิกสัญญากับ เบอร์มิงแฮม ด้วยวัย 27 ปี! เกิดอะไรขึ้นกับ จอช แม็คเอคราน?

จากเคยปฏิเสธ เรอัล มาดริด สู่การถูกยกเลิกสัญญากับ เบอร์มิงแฮม ด้วยวัย 27 ปี! เกิดอะไรขึ้นกับ จอช แม็คเอคราน?

59
จากเคยปฏิเสธ เรอัล มาดริด สู่การถูกยกเลิก
หลายคนต่างคาดว่า จอช แม็คเอคราน จะเป็นกำลังสำคัญของ เชลซี ในเวลานี้ แต่อย่างไรก็ตามเขากลับกลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์แทน กว่าทศวรรษหลังย้ายออกจากทัพสิงห์บลูส์

จากเคยปฏิเสธ เรอัล มาดริด สู่การถูกยกเลิกสัญญากับ เบอร์มิงแฮม ด้วยวัย 27 ปี! เกิดอะไรขึ้นกับ จอช แม็คเอคราน?

หลายคนต่างคาดว่า จอช แม็คเอคราน จะเป็นกำลังสำคัญของ เชลซี ในเวลานี้ แต่อย่างไรก็ตามเขากลับกลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์แทน กว่าทศวรรษหลังย้ายออกจากทัพสิงห์บลูส์ กุสตาโว่ โปเยต์ ได้ไปชมเกมที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ และเขาก็ต้องตะลึงกับผลงานของกองกลางวัย 17 ปีที่เพิ่งถูกดันมาจากอะคาเดมี่

“ทั้งสนามต่างพูดถึง จอช แม็คเอคราน หลังจบเกม ผู้คนต่างบอกว่าเขาคือ (เฟร์นานโด) เรดอนโด้ หรือ (เป๊ป) กวาร์ดิโอล่า คนต่อไป โชคร้ายที่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น แม้ว่าจะมีอาชีพค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมในแชมเปี้ยนชิพก็ตาม” โปเยต์ กล่าวกับ Goal 

การยกย่องเยินยอในตัว แม็คเอคราน ช่วงแรกของอาชีพค้าแข้งของเขานั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กองกลางตัวสร้างสรรค์เกมที่มีความสามารถในการจ่ายบอลและวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม เขาได้รับการยกย่องจากโค้ชแทบทุกคนที่เขาเล่นให้ ตั้งแต่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไปจนถึง เรย์ วิลกิ้นส์, สจ๊วร์ต เพียร์ซ ไปจนถึง ปีเตอร์ บอสซ์

หลายคนต่างคาดหวังว่า แม็คเอคราน จะสามารถรักษาสถานะตำนานที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ในช่วงเวลานี้ บางทีอาจจะเป็นกัปตันทีมทั้งสโมสรและทีมชาติของเขาด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามเขากลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์หลังจากต้องดิ้นรนกับปัญหาบาดเจ็บตลอด 2 ปีหลังสุดกับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ในระดับเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

แม็คเอคราน เข้าร่วมทีมเชลซีด้วยอายุ 7 ขวบและก้าวขึ้นสู่ทีมระดับเยาวชนได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ในปี 2009-10 ซึ่งเป็นแชมป์ในทัวร์นาเมนต์แรกในรอบ 50 ปี นอกจากนี้เขายังติดทีมชาติอังกฤษในทุกระดับไล่ตั่งแต่ ยู-16 ไปจนถึง ยู-21 อีกด้วย 

เมื่อปี 2011 แม็คเอคราน เปิดเผยถึงนักเตะไอดอลของตัวเองว่า “ผมชื่นชอบ ซีเนอดีน ซีดาน เป็นทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา ประตูของเขา สัมผัสบอลของเขา เขาเป็นมิดฟิลด์ที่สมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน ตอนนี้เขารีไทร์แล้ว ผมมองไปที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ อันเดรส อิเนียสต้า”

คาร์โล อันเชล็อตติ ผู้จัดการทีมเชลซีในเวลานั้นมองเห็นบางสิ่งบางอย่างในตัว แม็คเอคราน และเขาก็ประเดิมสนามกับชุดใหญ่ในเดือนกันยายน 2010 ด้วยการลงเป็นตัวสำรองในช่วงท้ายเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เอาชนะ เอ็มเอสเค ซิลิน่า ทำให้เขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่เกิดหลังจากทัวร์นาเมนต์นี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1992

เขาลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ 17 นัดในช่วงฤดูกาล 2010-11 และต่อสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปีในช่วงซัมเมอร์ อย่างไรก็ตามเขาได้เล่นเพิ่มอีกเพียง 5 นัดเท่านั้น ในขณะที่ อันเชล็อตติ เชื่อมั่นในตัว แม็คเอคราน แต่ผู้สืบทอดตำแหน่งกุนซืออย่าง อังเดร วิลลาส-โบอาส กลับไม่ทำเช่นนั้น

แม็คเอคราน ถูกดองเค็มและถูกปล่อยยืมอย่างไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ วิลลาส-โบอาส อยู่คุมถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ไม่นานนัก แต่ก็เป็นเรื่องยากอย่างมากสำหรับผู้เล่นอายุน้อยที่จะสร้างความประทับใจในขณะที่อยู่นอกสายตาในการแข่งขันแชมเปี้ยนชิพ โดยเฉพาะที่สโมสรอย่าง เชลซี ที่ไม่ค่อยมีความอดทนกับนักเตะดาวรุ่งมากนัก

ในช่วงที่ แม็คเอคราน อยู่ที่นั่น เขาผ่านการทำงานร่วมกับกุนซืออย่าง อันเชล็อตติ, วิลลาส-โบอาส, โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ, ราฟา เบนิเตซ, โจเซ่ มูรินโญ่ เกือบทุกครั้งที่ แม็คเอคราน กลับมาจากการยืมตัว เขามักจะได้พบกับผู้จัดการทีมคนใหม่รอเขาอยู่เสมอ

แต่ละคนมีแผนและแนวคิดของตนเองโดยยึดหลักเพื่อให้บรรลุความสำเร็จโดยเร็วที่สุด การให้โอกาสแก่เยาวชนที่มีพรสวรรค์ไม่ได้ตอบโจทย์ แม็คเอคราน มีช่วงเวลาที่ผสมผสานเช่นกันระหว่างการยืมตัว เขามีดีกรีเป็นนักเตะดาวรุ่งแห่งปีที่ มิดเดิ้ลสโบรห์ ในปี 2012-13 และได้ลงเล่นในศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ให้กับ วีแกน แอธเลติก ในปี 2014 แต่กลับล้มเหลวตอนอยู่ที่ สวอนซี ซิตี้ และการบาดเจ็บอย่างหนักกับ วัตฟอร์ด ไปขัดขวางพัฒนาการของเขาอย่างสิ้นเชิง

ในที่สุดแล้ว แม็คเอคราน ก็ย้ายออกจาก เชลซี แบบถาวรและเซ็นสัญญากับ เบรนท์ฟอร์ด ซึ่งเขาลงเล่น 101 เกมในช่วง 4 ปี และเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอเมื่อฟิต การบาดเจ็บนั้นเป็นปัญหาเสมอ แม้กระทั่งตอนย้ายออกจาก เบรนท์ฟอร์ด ไปร่วมทีม เบอร์มิงแฮม แบบไร้ค่าตัวเขาก็ถูกกีดกันเป็นเวลา 1 ปีด้วยอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า

เขาลงเอยด้วยการแยกทางกับสโมสรโดยความยินยอมร่วมกันในเดือนมกราคม สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดเกี่ยวกับสถานการณ์ของ แม็คเอคราน ก็คือบางทีเขาอาจจะเดินตามรอยไอดอลอย่าง ซีดาน ได้หากเขาไม่ปฏิเสธการย้ายไป เรอัล มาดริด เมื่อสมัยดาวรุ่ง

แม็คเอคราน บอกกับ Daily Telegraph ในปี 2017 ว่า “ตอนนั้นผมอายุ 16 ปีที่เชลซี และเอเยนต์ของผมในเวลานั้นบอกว่า ‘เรอัล มาดริด ต้องการตัวนาย’ มันเหลือเชื่อใช่ไหมล่ะ?”

“ผมมีโอกาสย้ายไป เรอัล มาดริด หรือแมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนั้น เรอัล มาดริด มีสัญญารอผมอยู่และพวกเขาต้องการให้ครอบครัวของผมบินไปทั้งหมด แต่ผมบอกไปว่า ‘ไม่ ผมอยากอยู่ที่เชลซี’ ผมเป็นแฟนบอลเชลซี”
“ผมแค่เชื่อในตัวเองว่าผมจะทำได้ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล ตอนที่ผมประเดิมสนามผมพูดกับตัวเองว่า ‘นั่นเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับฉันที่จะปฏิเสธ เรอัล มาดริด’ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตอนนี้บางทีผมควรจะตอบรับข้อเสนอนะ” 

นี่แหละดั่งโบราณเขาว่าไว้ “”เมื่อมีโอกาสดีมาถึงจงรีบคว้าเอาไว้” มิเช่นนั้นก็ต้องมานั่งเสียใจแบบนี้นี่แหละ แม้ว่าเส้นทางค้าแข้งของเขากับ เรอัล มาดริด อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเช่นกันก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็ได้ลองสัมผัสกับโอกาสนั้นแล้ว