หน้าแรก จันอันดับกีฬา ท็อป 10 นักเตะเปลี่ยนตำแหน่งแล้วรุ่งสุด ๆ

ท็อป 10 นักเตะเปลี่ยนตำแหน่งแล้วรุ่งสุด ๆ

5
ท็อป 10 นักเตะเปลี่ยนตำแหน่งแล้วรุ่งสุด ๆ
ท็อป 10 นักเตะเปลี่ยนตำแหน่งแล้วรุ่งสุด ๆ

ท็อป 10 นักเตะเปลี่ยนตำแหน่งแล้วรุ่งสุด ๆ

เหล่านักเตะทุกคนเมื่อได้ลงสนามในตำแหน่งถนัด พวกเขาจะเล่นได้ดีและเล่นได้อย่างธรรมชาติ แต่เมื่อถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคยละก็มักจะเจอปัญหาหลายครั้ง เว้นแต่ว่าในบางกรณีที่เมื่อถูกจับไปเล่นชั่วคราวแล้วดันทำได้ดีเกินกว่าที่คาด จนยึดเล่นตำแหน่งนั้นไปในท้ายที่สุด

ส่วนหนึ่งต้องชื่นชมผู้จัดการทีมด้วยที่มองเห็นศักยภาพดังกล่าวในตัวนักเตะของพวกเขา ตัวอย่างเช่น เธียร์รี่ อองรี เริ่มต้นค้าแข้งในตำแหน่งปีกก่อนที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เล็งเห็นอะไรบางอย่างในดาวเตะเฟรนช์แมนจนดันไปเล่นกองหน้าตัวเป้าแบบเต็มตัวและกลายมาเป็นหัวหอกระดับแถวหน้าของโลก

1. เซร์คิโอ รามอส

ในฤดูกาลที่สองของเขาที่ เรอัล มาดริด ดาวเตะชาวสแปนิช ถูกโยกจากตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คไปเป็นแบ็คขวา ด้วยความเร็วและการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาเป็นฟูลแบ็คที่ดีและได้เล่นตำแหน่งนั้นให้ทีมชาติสเปนด้วยเช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2011/12 ภายใต้การคุมทีมของ โจเซ่ มูรินโญ่ เขาถูกสั่งให้ไปเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คอีกครั้ง และถือเป็นการแจ้งเกิดให้เขาแบบเต็มตัว ตอนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์

2. เธียร์รี่ อองรี

อองรี เริ่มต้นบทบาทปีกซ้ายเมื่อสมัยอยู่กับ อาแอส โมนาโก ก่อนจะย้ายไป ยูเวนตุส ในเดือนมกราคมปี 1999 อย่างไรก็ตามในอิตาลี คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือในตอนนั้นยังคงให้เจ้าตัวปีกซ้ายเหมือนเดิม มิหนำซ้ำเขาถูกถอยไปเป็นวิงแบ็คด้วยซ้ำ เพราะทีมม้าลายใช้ระบบ 3-5-2 ทำให้เขาต้องรับผิดชอบทั้งเกมรับและเกมรุก

“ผมไม่คิดว่าจะใช้ อองรี เล่นเป็นกองหน้าได้ คือเขาไม่เคยบอกผมเลยว่าเล่นในตำแหน่งนี้ได้” อันเชล็อตติ เผย
มันเป็น อาร์แซน เวนเกอร์ ที่มองเห็นว่า อองรี คือกองหน้า แต่ในตอนแรกเจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการโยกตำแหน่ง

“ผมคิดขึ้นว่า เดี๋ยวนะ ตอนนี้เราก็ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่แล้ว แถมคว้าแชมป์โลกในฐานะปีกซ้าย แล้วผมจะเสียเวลาไปเปลี่ยนตำแหน่งไปเล่นกองหน้าทำไมกัน?” อองรี กล่าว

แม้ยิงไม่ได้ 7 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก แต่หลังจากนั้นเขาพิสูจน์แล้วว่าคือหนึ่งในยอดดาวยิงของประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดอังกฤษ

3. แกเร็ธ เบล

ตอนที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เซ็นสัญญากับ เบล มาจาก เซาแธมป์ตัน เมื่อปี 2007 เขาได้รับการจับตามองอย่างมากในฐานะแบ็คซ้ายดาวรุ่งที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และไม่แปลกใจทำไมเขาถึงได้รับมอบเสื้อหมายเลข 3

เส้นทางอาชีพค้าแข้งของเขากับทีมไก่เดือยทองเริ่มต้นได้อย่างน่าเวทนา แต่ในปี 2010 เขาได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายและมันก็เห็นได้ชัดแล้วว่า เบล คงไม่ได้กลับไปเล่นฟูลแบ็คอีกครั้ง เขาเล่นงาน ไมค่อน แบ็คขวาของ อินเตอร์ มิลาน ในเดือนตุลาคม 2010 ที่ตอนนั้นถูกยกย่องเป็นฟูลแบ็คระดับแถวหน้าของโลกจนไปไม่เป็น และอีก 3 ปีต่อมาเขาได้ย้ายเข้าร่วมทีม เรอัล มาดริด ด้วยสนนราคา 85 ล้านปอนด์

4. แว็งซ็องต์ กอมปานี

กอมปานี เริ่มต้นบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับให้กับ อันเดอร์เลชท์ เช่นเดียวกับตอนที่เขาย้ายไป ฮัมบูร์ก แต่อย่างไรก็ตามหลังจากย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2008 ดาวเตะทีมชาติเบลเยียม ตำแหน่งและโชคชะตาของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“ตำแหน่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือกองกลาง แต่ผมก็สามารถทำหน้าที่เซ็นเตอร์แบ็คได้ดีเช่นกัน” กอมปานี กล่าวในปี 2009

โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือเรือใบสีฟ้าเป็นคนที่มองเห็นความสามารถในตัว กอมปานี และเขาก็กลายมาเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

5. ฮาเวียร์ มาสเคราโน่

มันเป็นเรื่องยากมาก ๆ สำหรับ มาสเคราโน่ ในการแย่งตำแหน่งกองกลางของบาร์เซโลน่าที่มีทั้ง อันเดรส อิเนียสต้า, ชาบี้ เอร์นานเดซ และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เพราะงั้นหลังย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล ในปี 2010 เขาจึงกลายมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น

และตำแหน่งนี้เองเขาก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยการลงสนามมากถึง 334 นัดให้กับ บาร์เซโลน่า เช่นเดียวกับแชมป์มากมายระหว่างค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู

6. อันเดรีย ปิร์โล่

แม้ว่า อันเชล็อตติ จะพลาดกับ อองรี แต่เขาก็รู้ดีว่าตำแหน่งที่ดีที่สุดของ ปิร์โล่ คือการรับบทบาทเป็นมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอล

ดาวเตะชาวอิตาเลียนเคยเล่นในบทบาทหมายเลข 10 มาก่อนในช่วงเริ่มต้นเส้นทางอาชีพค้าแข้ง อย่างไรก็ตาม คาร์โล มาซโซเน่ ผู้จัดการทีมเบรสชา มองเห็นศักยภาพการเป็นมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอลของนักเตะ แต่ถึงกระนั้นเป็น อันเชล็อตติ ที่ปั้น ปิร์โล่ ในบทบาทนี้อย่างจริงจังเมื่อทั้งคู่อยู่ในทีม เอซี มิลาน ในปี 2001

“เขาเปลี่ยนแปลงเส้นทางอาชีพของผม วางผมอยู่ด้านหน้าแผงกองหลัง เราได้แบ่งปันช่วงเวลาที่น่าจดจำมากมาย เรามีอดีตอันงดงามด้วยกัน” ปิร์โล่ กล่าวในปี 2015

7. จานลูก้า ซามบร็อตต้า

ซามบร็อตต้า เคยเป็นหนึ่งในปีกที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของวงการฟุตบอลอิตาลีตอนเข้าร่วมทีม ยูเวนตุส ในปี 1999 อย่างไรก็ตาม ซามบร็อตต้า ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งทำให้เขาต้องพลาดลงสนามในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล 2002/03 และตำแหน่งของเขาก็ถูกแทนที่โดย เมาโร คาโมราเนซี่ ปีกตัวใหม่ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

จากเหตุดังกล่าว ซามบร็อตต้า ถูกปรับไปเล่นฟูลแบ็คและเขาก็ปรับตัวเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ได้เป็นอย่างดี ดาวเตะชาวอิตาเลียนสามารถเล่นฟูลแบ็คได้ทั้งสองข้าง มีเส้นทางอาชีพที่ดีกับทั้ง ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า และ เอซี มิลาน เช่นเดียวกับการช่วยให้ทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 2006

8. บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางแชมป์โลก อันที่จริงแล้ว ชไวน์สไตเกอร์ เคยเล่นเป็นปีกให้กับ บาเยิร์น มิวนิค มาก่อน เนื่องจากแผงกองกลางของทัพเสือใต้ในเวลานั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพทั้ง เยนส์ เยเรมีส, นิโก้ โควัช, โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ และ มิชาเอล บัลลัค

เรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้กับ หลุยส์ ฟาน กัล ที่เปลี่ยน ชไวน์สไตเกอร์ ไปเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางแบบเต็มตัว โดยเขากล่าวว่า “สำหรับผมแล้วเขาไม่เหมาะกับตำแหน่งปีกซ้าย ตอนที่ผมมาอยู่สโมสรใหม่ ๆ ผมได้พูดคุยกับผู้เล่นทุกคนเกี่ยวกับตำแหน่งของเขา บุคลิกภาพของเขา และวิธีที่เขาทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมทีม”

“ผมบอก บาสเตียน ว่า ‘ฉันคิดว่านายต้องเล่นในตำแหน่งกองกลางนะ’ ในเวลานั้นเราเล่นกับกองกลางตัวโฮลด์บอล 2 คนและนักเตะหมายเลข 10 ซึ่งมันเป็นของ โธมัส มุลเลอร์ เมื่อ บาสเตียน ไปเล่นตัวโฮลด์บอล เขากลับพบว่าชอบฟุตบอลมากขึ้นกว่าเดิม”

9. อันโตนิโอ วาเลนเซีย

เส้นทางอาชีพค้าแข้งของวาเลนเซียดำดิ่งลงเรื่อย ๆ นับตั้งแต่เขาถูกมอบเบอร์เสื้อหมายเลข 7 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่หลังจากการเข้ามาของ ฟาน กัล ในปี 2015 ส่งผลให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป ดาวเตะชาวเอกวาดอร์ถูกถอยจากปีกขวาไปเล่นแบ็คขวา

โดยเฉพาะการย้ายเข้ามาของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่ทำให้เขาไม่มีตำแหน่งในแนวรุก เมื่อ โจเซ่ มูรินโญ่ ถูกแต่งตั้งเป็นกุนซือคนใหม่ เขาเป็นนักเตะคนสำคัญในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถึงขนาดที่กุนซือชาวโปรตุกีสยกย่องว่า “เป็นแบ็คขวาที่ดีที่สุดในโลก” เลยทีเดียว

10. ดรีส์ เมอร์เท่นส์

ก่อนจะก้าวมาเป็นยอดกองหน้าที่เนื้อหอมที่สุดในเวลานี้ เมอร์เท่นส์ เคยเล่นเป็นปีกมาก่อน ด้วยรูปร่างอันสันทัดทำให้เขาใช้ความคล่องแคล่วเป็นจุดเด่น บวกด้วยตอนนั้นในทีม นาโปลี มีกองหน้าค่าตัวแพงอย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน รับหน้าที่ตัวยิงประตูเป็นหลัก

แต่อย่างไรก็ตามเหมือนเป็นวินาทีสร้างวีรบุรุษเมื่อ อาร์คาดิอุซ มิลิค ได้รับบาดเจ็บหัวเจ็บอย่างรุนแรง ทำให้เขาถูกขยับไปเล่นเป็นกองหน้าเป้าไปเลย และที่สำคัญคือเขาก็ทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดคิดจนกลายเป็นว่ายึดตำแหน่งนี้ไปเลย แม้ในช่วงที่ มิลิค หายเจ็บแล้วก็ตาม