หน้าแรก ข่าวกีฬาต่างประเทศ สู่ยุคใหม่! แบโผ 5 กุนซือที่มีโอกาสเป็นกุนซือคนใหม่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

สู่ยุคใหม่! แบโผ 5 กุนซือที่มีโอกาสเป็นกุนซือคนใหม่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

33
สู่ยุคใหม่! แบโผ 5 กุนซือที่มีโอกาสเป็นกุนซ
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกแถลงการณ์ปลด ลูเซียง ฟาฟร์ พ้นจากการเป็นกุนซือของทีมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากมีผลงาน

สู่ยุคใหม่! แบโผ 5 กุนซือที่มีโอกาสเป็นกุนซือคนใหม่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกแถลงการณ์ปลด ลูเซียง ฟาฟร์ พ้นจากการเป็นกุนซือของทีมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากมีผลงานที่น่าผิดหวังโดยเฉพาะในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ พวกเขาตัดสินใจให้ เอดิน แทร์ซิช ผู้ช่วยกุนซือเข้ามาคุมทีมแบบชั่วคราวไปจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ก่อน แน่นอนพวกเขามีเวลาในการหากุนซือคนใหม่ แต่เป็นใครล่ะ? เราเชื่อว่าใน 5 รายชื่อนี้จะต้องไปเป็นกุนซือของดอร์ทมุนด์อย่างแน่นอน

1. มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี
มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ไร้ต้นสังกัดมานับตั้งแต่ออกจาก ยูเวนตุส เมื่อปี 2019 แล้วหลังจากคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ 5 สมัยติดต่อกัน ดูเหมือนว่า อัลเลกรี จะพร้อมแล้วสำหรับความท้าทายในกีฬาฟุตบอลอีกครั้ง แต่ ดอร์ทมุนด์ จะเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเขาหรือไม่? สไตล์การคุมทีมของเขาไม่น่าจะเหมาะกับการเล่นฟุตบอลที่เน้นเกมรุกของดอร์ทมุนด์ แต่ประสบการณ์ที่เคยคว้าแชมป์มากมายอาจดึงดูสโมสรชื่อดังของเยอรมันได้

2. โรแบร์โต้ เด แซร์บี้
การเป็นกุนซือปีที่ 6 ของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เขามีทีม ซาสซูโอโล่ ที่ยอดเยี่ยมและพัฒนาจะอยู่บนหัวแถววของกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยสไตล์การเล่นอันโดดเด่น มันจะเป็นย่างก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับ เด แซร์บี้ หากได้รับโอกาสคุมทีม ดอร์ทมุนด์ แต่มันก็น่าสนใจเช่นกันเมื่อได้เห็นกุนซือคนหนุ่มอย่างเขาได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ ให้กับสโมสรบ้าง

3. เจสซี่ มาร์ช 
ในแง่ของแท็คติกนั้น เจสซี่ มาร์ช มีคุณภาพที่ไม่แตกต่างจาก ฟาฟร์ แต่แตกต่างตรงที่ มาร์ช ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการครองบอลเมื่อต้องเป็นฝ่ายเล่นเกมรุกมากนัก ในขณะที่ ดอร์ทมุนด์ ชอบครองบอลและงดการยิงจนกว่าจะมีโอกาสอย่างชัดเจนนั้น เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก มีแนวทางการเล่นที่ชอบเสี่ยงสูงกว่าเพื่อเก็บชัยชนะ

มาร์ช ให้ความสำคัญกับการเพรสซิ่งคู่แข่ง ผ่านบอลทะลุช่อง และเก็บตกบอลจากแถวสองเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากกว่า ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าเราจะได้เห็น ดอร์ทมุนด์ ที่ไหลลื่นมากขึ้นอีกครั้งหาก มาร์ช คุมทีมอยู่ข้างสนาม

4. ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิ่ล
หลังจากต้องรับมือกับช่วงเวลาที่ตกต่ำแบบสุด ๆ ที่ เซาแธมป์ตัน จากการแพ้แบบเละเทะให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิ่ล ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเวลาสามารถสร้างหนึ่งในทีมที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกแม้ว่าจะมีทรัพยากรเพียงเล็กน้อยก็ตาม

ฮาเซนฮุทเทิ่ล สร้างทีม เซาแธมป์ตัน ให้กลายเป็นทีมที่มีเกมรับที่แข็งแกร่งและมีความสมดุลเป็นอย่างมาก เชื่อว่ากุนซือออสเตรียจะอยู่ในเรดาร์ของเหล่าสโมสรชั้นนำของยุโรปอีกมากมาย ดังนั้นการโน้มน้าวเขามาคุมทีมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

5. มาร์โก โรส 
มาร์โก โรส คือเฮดโค้ชคนที่ 3 ในลิสต์นี้ที่เคยร่วมงานกับ เร้ด บูลล์ ความปรารถนาของพวกเขาในการพัฒนานักเตะพรสวรรค์นั้นเป็นโปรเจ็กต์หนึ่งที่เข้ากับ ดอร์ทมุนด์ เป็นอย่างยิ่ง หลังจากเข้ามาคุมทีม โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ในปี 2019 เขาก็ช่วยให้ทีมผ่านเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 แถมพวกเขายังเข้ารอบน็อคเอาท์ในกลุ่มที่มี เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ อีกด้วย

ปรัชญาการเล่นของ โรส เน้นไปที่ความกระหาย ความมุ่งมั่น และอารมณ์ร่วมในเกมของนักเตะ ลักษณะที่กล่าวไปนั้นสอดคล้องกับ ดอร์ทมุนด์ ได้อย่างดีทีเดียว เขาไม่เพียงพิสูจน์คุณภาพของตัวเองในบุนเดสลีกาเท่านั้น แต่ยังทำให้ กลัดบัค เป็นหนึ่งในทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ๆ ที่พร้อมจะเป็นม้ามืดในยุโรปอีกด้วย