หน้าแรก ข่าวสารความรู้ทั่วไปกีฬา สงครามโลกครั้งที่ 3 จะทำ หงส์อดชูถ้วยแชมป์ จริงหรือ?

สงครามโลกครั้งที่ 3 จะทำ หงส์อดชูถ้วยแชมป์ จริงหรือ?

51
สงครามโลกครั้งที่ 3 จะทำหงส์อดชูถ้วยแชมป์
สงครามโลกครั้งที่ 3 จะทำหงส์อดชูถ้วยแชมป์

หงส์อดชูถ้วยแชมป์ แม้กรณีพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะดูมีความมาคุลดน้อยลง หลังการแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีท่าทีประนีประนอมเสียมาก แต่อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะการที่อิหร่านถึงกับชักธงรบสีแดงเลือดเหนือยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ มันย่อมสื่อถึงการเอาจริง! เพียงแต่อาจไม่ใช่ในวันนี้พรุ่งนี้เท่านั้น

และแน่นอนว่าไม่เพียงชาวอิหร่านและอเมริกาเท่านั้นหรอกที่หนาวๆ ร้อนๆ กับกรณีพิพาทในครั้งนี้ ดังที่มีข่าวกันไปแล้วว่าสาวกหงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็ร้อนๆ หนาวๆ ถึงกรณีนี้ไม่น้อย ด้วยกลัวว่าหากอิหร่านทำสงครามกับอเมริกาจนเกิดเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นมาจริงๆ นั้น จะพานทำให้ฟุตบอลลีกหยุดการแข่งขัน ซึ่งอาจหมายถึงการที่พวกเขาจะอดชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษครั้งแรกในรอบ 30 ปีไป

เอาจริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะในอดีตนั้น ฟุตบอลลีกอังกฤษก็เคยต้องหยุดการแข่งขันเพื่อหลีกทางให้กับสงครามโลกไปแล้วถึง 2 ครั้ง

ครั้งที่ 1 หยุดช่วงซีซั่น 1915/16-1918/19 คือร่วม 4 ซีซั่นเพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1

และ ครั้งที่ 2 หยุดช่วงซีซั่น 1939/40-1945/46 เพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในซีซั่น 1939/40 นั้นการเตะยังไม่จบ แต่เกิดสงครามขึ้นเสียก่อน ลีกจึงต้องปิดตัวลงระหว่างซีซั่นดื้อๆ และผู้ที่เสียประโยชน์สุดๆ ก็คือ แบล็คพูลซึ่งนำเป็นจ่าฝูงอยู่ในเวลานั้น

นั่นเองที่สาวกหงส์แดงเกรงกลัวกันว่าอาจมีเหตุการณ์ซ้ำรอยเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม นั่นคือเรื่องราวของเมื่อ 80 ปีก่อน แต่ในปัจจุบันที่ฟุตบอลไม่ใช่เพียงแค่กีฬา หากแต่มีองคาพยพของธุรกิจนานาแวดล้อมในมูลค่าหลักพันหลักหมื่นล้าน ทั้งในมิติของสโมสรและตัวนักเตะ การที่เอฟเอในฐานะผู้จัดการแข่งขันจะประกาศยุติลีกกลางคันและไม่มีการมอบถ้วยแชมป์นั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะมันจะทำให้ทุกฝ่ายเสียประโยชน์ การยุติการแข่งขันโดยถือให้ที่ผ่านมาเป็นโมฆะตลอดซีซั่นนั้นจึงไม่น่าจะเป็นไปได้ และการลดขนาดลีกไปเตะแบบมินิลีกตามภูมิภาคอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงที่หยุดหนีสงคราม 2 ครั้งก่อนก็ไม่น่าจะเวิร์ค

ความเป็นไปได้ 2 กรณีหากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นจริง จึงน่าจะเป็นดังนี้

1.พักการแข่งขันชั่วคราว และค่อยเตะต่อหลังจากเหตุการณ์สงบ คือแช่ฟรีสทุกอย่างไว้ รอวันที่สงครามสงบแล้วค่อยมาเตะกันใหม่โดยใช้คะแนนและสถิติเดิมก่อนที่จะหยุดพักไป แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เหมาะสำหรับการหยุดพักช่วงสั้นๆ เท่านั้น แต่ถ้าสงครามโลกกินเวลายาวนานระดับหลายปีเหมือนที่ผ่านมา วิธีนี้ก็คงไม่แฟร์ วิธีที่ 2. จึงน่าจะเหมาะกว่า นั่นคือ

2.ยุติการแข่งขันซีซั่นนั้น และวัดกันที่คะแนนล่าสุด สมาคมฟุตบอลไทยเคยใช้วิธีนี้แล้วเมื่อครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต โดยไม่สนใจว่าในลีกจะเหลือเตะอีกกี่นัด แต่ละทีมเตะเท่ากันไหม ให้ยุติการแข่งขันและนับคะแนน ณ วันเวลาที่สั่งยุติ ถือเป็นที่สิ้นสุด และมอบถ้วยมอบเงินตามลำดับนั้น

มากกว่านั้นก็คือ มีความเป็นไปได้ที่อาจใช้วิธีที่ 1. เพื่อรอดูท่าทีของสงครามก่อน หากเห็นว่ายืดเยื้อแน่แล้วจึงค่อยใช้วิธีที่ 2. ก็เหมาะสมดี

สรุปก็คือ หงส์แดงไม่น่าจะพลาดชูถ้วยแชมป์ประจำซีซั่นนี้ เพราะไม่น่าจะมีการยุติและให้การแข่งขันเป็นโมฆะ เพราะมันจะนำความเสียหายมาสู่ทุกฝ่าย โอกาสที่เอฟเอจะใช้ 2 วิธีการข้างต้นมีความเป็นไปได้มากกว่า

ดังนั้นสาวกเดอะค็อปไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ชูถ้วย (ยกเว้นแต่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุครั้งยิ่งใหญ่แบบแพ้รัวๆ และโดนแซงในโค้งสุดท้ายน่ะนะ)